สารจากผู้จัดการ

ก้าวย่างแห่งการเรียนรู้ของนักเรียนในยุคปัจจุบันนี้มีความท้าทายมากมายจากสังคมรอบข้าง
สิ่งรอบตัวทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่ไม่มีความแน่นอนและเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
เราต่างคิดหนักว่าจะเตรียมตัวลูกๆของเราอย่างไรให้เป็นผู้ที่มีทักษะชีวิต
รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์มากขึ้น แก้ปัญหาได้และสามารถยืนในสังคมได้อย่างภาคภูมิ
มีหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมส่วนรวม
ซิสเตอร์มีความคิดเห็นว่าทักษะที่ทุกสังคมต้องการให้เกิดในตัวบุคคลคือ
ความสามารถในการทำความดี”
เราต้องการคนดีแต่กระบวนการสร้างและพัฒนาคนของเราในระบบการศึกษา
กลับเป็นกระบวนการสร้างคนเก่ง 
ตลอดปีการศึกษาที่ผ่านมาโรงเรียนได้พยายามที่จะให้ทุกกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
ไม่เพียงแต่พัฒนานักเรียนสู่ความเป็นคนเก่งแต่เป็นกระบวนการพัฒนาสู่การเป็นคนดี
คนที่พร้อมจะทำดีแม้ในสิ่งเล็กๆน้อยๆ
อีกทั้งฝึกฝนความมีวินัยในตนเอง  มีความรักตนเองและผู้อื่น  มีความพร้อมที่จะรับใช้ส่วนรวม
และมีความมั่นคงด้านจิตใจในการรู้จักให้อภัย
นอกจากนั้นโรงเรียนได้พัฒนาปรับปรุงห้องประกอบการต่างๆ อาคารสถานที่ และบรรยากาศโรงเรียนให้มีความสะอาด
ปลอดภัย และเอื้อให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างมีความสุข
ซิสเตอร์ขอขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านในความร่วมมือที่ดีเสมอมา
ขอพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และพระแม่มารีย์องค์อุปถัมภ์ของเรา
ทรงอำนวยพระพรให้ทุกท่านประสบความสุข ความเจริญก้าวหน้าทั้งในชีวิตและการงานตลอดไป

 
ซิสเตอร์วีนา ชุนฟ้ง
ผู้จัดการโรงเรียนดรุณศึกษา



 

จากใจผู้อำนวยการ

....บนเส้นทางแห่งการเรียนรู้  คุณลักษณะหนึ่งที่ซิสเตอร์พบว่ามีความสำคัญ
และจะเป็นส่วนเติมเต็มให้ชีวิตที่อยู่ในวัยเรียนรู้ของนักเรียน
เป็นรากฐานของความสำเร็จในอนาคตได้อย่างแน่นอนนั่นก็คือ
RQ (Resilience Quotient)  จากการอ่านผลการวิจัยของหลายๆท่านในหัวข้อนี้
ซิสเตอร์จึงขอแบ่งปันสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ในการสร้างคุณลักษณะที่สำคัญนี้ให้เกิดในตัวลูกๆของเรากันค่ะ
กรมสุขภาพจิตได้ให้ความหมายของ RQ ไว้ว่า  “ความสามารถทางอารมณ์และจิตใจของบุคคลที่สามารถยืดหยุ่น ปรับตัวฟื้นฟูสภาพอารมณ์และจิตใจได้อย่างรวดเร็วภายหลังเหตุการณ์วิกฤติหรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก
เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของบุคคลที่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคไปได้โดยไม่จมอยู่กับความทุกข์และดำเนินชีวิตต่อไปให้มีความสุขเสริมสร้างพลังใจให้เข้มแข็งแกร่งกว่าเดิม
คำถามก็คือ “เราจะสร้างคุณลักษณะนี้ให้เกิดในตัวลูกๆของเราได้อย่างไร”
จากผลการวิจัยพบว่า   การสร้าง RQ ต้องเริ่มจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญต่อการพัฒนา RQ หากพ่อแม่พยายามให้ลูกเติบโตอย่างสบาย ประคับประคอง รักและดูแล ไม่เคยปล่อยให้พบความล้มเหลว ลูกอาจขาดโอกาสฝึกฝนการก้าวผ่านวิกฤตและปัญหาอุปสรรคในชีวิต  ตรงข้ามหากเติบโตมาโดยมีประสบการณ์ของการเผชิญความยากลำบาก แต่ยืนหยัดขึ้นสู้ ไม่ท้อถอย พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และมีประสบการณ์ความสำเร็จ จะเป็นการเสริมสร้างพลังสุขภาพจิต ให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีความภาคภูมิใจ นับถือตนเอง เข้มแข็ง สามารถอยู่รอดในทุกสถานการณ์ได้
เราสามารถพัฒนาลูกๆของเราให้มี RQ ดีโดยใช้เทคนิค 4 ปรับ คือ ปรับอารมณ์ คลายความเครียด ไม่ท้อแท้สิ้นหวัง ไม่โกรธแค้นโทษใคร มีสติ ปรับความคิด ฝึกคิดทางบวก มองโลกในแง่ดี ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตใหม่ให้เหมาะสมกับเงื่อนไขใหม่ ปรับเป้าหมายในชีวิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และ 3 เติม คือ เติมศรัทธา เชื่อว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออก ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ  เติมมิตร ครอบครัวและญาติมิตรที่อยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจกัน มีเพื่อนที่ไว้ใจช่วยหาทางออก และ
เติมจิตใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง มองให้ไกลจากตัวเรา
ซิสเตอร์มั่นใจว่าเราต่างก็พบกับความยากลำบากในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆของเราทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ขอให้บทความข้างต้นเป็นการจุดประกายความมุ่งมั่นในการอบรมดูแลลูกๆที่เรารักต่อ ๆ ไปให้เป็นบุคคลที่เห็นคุณค่าและภูมิใจในตน มีภูมิคุ้มกันด้านจิตใจที่เข้มแข็งเพื่อสามารถก้าวเดินในกระแสสังคมและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีจิตใจรักเมตตาเอื้ออาทรต่อผู้อื่นเสมอ
ที่สุดซิสเตอร์ขอชื่นชมนักเรียนทุกคนที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเอง

อย่างสม่ำเสมอตลอดปีการศึกษานี้ ขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ร่วมมืออย่างดีในการอบรมดูแลบุตรหลานให้รักการเรียนรู้ ขอบคุณบุคลากรครูทุกท่านที่อุทิศตนพัฒนาศิษย์ด้วยความรักและพากเพียร  ขอให้ความรักห่วงใยในตัวลูกๆของเรานี้เป็นพลังเกื้อหนุนให้เขาสามารถพัฒนาตนสู่ความเป็นบุคคลที่มีศักยภาพในการเป็นคนดี  คนเก่งและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตลอดไป

 
  ซิสเตอร์สายทิพย์ บุญถนอม
ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณศึกษา