จากใจผู้บริหาร

.....เวลา..ของเรา หรือของใคร.....
เราลองมาคำนวณตัวเลขของเวลาใน 1 ปีการศึกษา โดยประมาณ
1 ปีการศึกษา ประมาณ 9 เดือน
1 ปีการศึกษา ประมาณ 250 วัน
1 ปีการศึกษา ประมาณ 2,000 ชั่วโมง
1 ปีการศึกษา ประมาณ 120,000 นาที
และถ้าหน่วยนับเป็น "วินาที" 1 ปีการศึกษา เรามีเวลาถึง 7,200,000 วินาที คำถามคือ...
...ผ่านไปแล้ว 7,200,000 วินาที !!!... เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ หรือเวลาผ่านไปอย่างคุ้มค่า ???...
"เวลา" เป็นธรรมที่สุด กับชีวิตคนทุกคน แต่ละคนมีเวลา วันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน
"คนรวย" ไม่อาจซื้อเวลามาเพิ่มได้ "คนจน" ก็ไม่อาจขายเวลาไปให้ใครได้
นักเรียนดรุณศึกษาที่น่ารักทุกคน ในทุกวันนี้ อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ไม่พอสำหรับการดำเนินชีวิต
บนโลกใบนี้ซะแล้ว แก่นแท้ของการศึกษา ตามแนวคิดใหม่ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญในการรู้จักคิดอย่าง
สร้างสรรค์ รู้จักแยกแยะ รู้จักค้นหาแก่นแท้ รู้จักที่จะนำไปเชื่อมโยงกับความคิดหลายๆ แบบ รู้จักถาม
รู้จักตอบ รู้ว่าอะไรเป็นเท็จ อะไรเป็นจริง เพื่อการสร้างรากฐานแห่งปัญญา มีข้อมูลมากมายที่เป็น
สิ่งท้าทายต่อความเชื่อความคิด ความเข้าใจของเราทุกคน

"โรงเรียน" ไม่ใช่ "ธนาคาร" ฉะนั้นซิสเตอร์และคุณครู รวมทั้งผู้ปกครองด้วย ขอยืนอยู่ข้างเวที เพื่อเป็น
ผู้ให้กำลังใจ คำแนะนำ และสนับสนุนกระบวนการศึกษาหาความรู้ "ตัวนักเรียน" เป็นผู้แสดงตามบทบาท
ชีวิตจริงของแต่ละคนทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไป 7,200,000 วินาทีของปีการศึกษา 2556 คือ "อดีต" จงใช้เวลา
ปัจจุบัน และปรับปรุง ปรับเปลี่ยน กระบวนการดำเนินชีวิต ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออีก 7,200,000 วินาทีใน
ปีการศึกษา 2557 จะสมบูรณ์พร้อมกว่า

สำหรับโรงเรียนดรุณศึกษา มองจากภายนอกคือ วัตถุเจริญขึ้นในทุกด้าน แต่ความภาคภูมิใจยิ่งกว่า คือ
ผลสำเร็จของนักเรียนแต่ละรุ่น ผลการเรียนที่ดีขึ้นของนักเรียน นักเรียนเป็นคนดี-ทำดี-เป็นลูกที่ดี
และการได้เห็น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนในรั้วแสด-ดำ

ขอพระแม่มารีย์พระมารดาองค์อุปถัมภ์ของชาวดรุณฯ อวยพรและปกป้องให้ทุกคนมีแต่ความสุข
ความเจริญก้าวหน้า และมีพลังสรรค์ความดี ให้แก่สังคมไทยของเราตลอดไป


ซิสเตอร์นิตยา โจสรรค์นุสนธิ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณศึกษา
 


ถ้อยแถลง...ผู้จัดการ
"เก็บเบี้ยตามทาง"


การเรียนการสอนปี 2013 ก็ได้ผ่านไปแล้วอีก 1 ปีและใน 1 ปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการสรุปผล
ในการเรียนรู้ ของนักเรียน หรือบุตรหลาน ของผู้ปกครอง ซึ่งมีคุณครูที่ให้วิชาความรู้อบรมระเบียบวินัย
อบรมด้านคุณธรรมและผู้ปกครอง คือผู้มีส่วนในการกระตุ้น ช่วยติดตามดูแลเอาใจใส่
เรื่องทำการบ้านขณะอยู่ที่บ้านส่งเสริมให้บุตรหลาน มีโอกาสช่วยทำงานในบ้าน
และนอกบ้านเท่าที่สามารถทำได้ เป็นการฝึกประสบการณ์เรียนรู้ชีวิตจริง เข้าใจถึงความยากลำบาก
ในการทำงานเพื่อได้เงินมาใช้จ่ายภายในครอบครัว

ความจำเป็นและเร่งด่วนในการช่วยลูกหลานของเราให้จริงจังต่อการเรียน โดยอาศัยความร่วมมือจาก
ผู้ปกครอง หากเวลานี้ เราทุกคนยังไม่ตื่นรู้ถึงความจำเป็นที่ จะให้นักเรียนไทยของเรามีความรู้จริงในแต่ละวิชา
ซึ่งมีนักเรียนเป็นจำนวนมากที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ เพราะเรียนไปก็ไม่รู้เรื่อง ฟังสิ่งที่ครูสอนไม่เข้าไปใน
สมอง จึงมีอคติต่อการเรียน คิดว่ายาก ทำไม่ได้จึงหันไปสาละวนอยู่กับความสนุกภายนอก เช่นเกมต่าง ๆ
เพศสัมพันธ์ ยาเสพติด ภาพยนตร์การพนัน เที่ยวเตร่ไปวัน ๆ กับเพื่อน ที่มีความคิดเหมือนกัน ฯลฯ
นี่คือความเสียหายที่เราทุกคนต้องจริงใจช่วยเด็กไทยของเรา ให้พวกเขาเข้าใจถึงความสำคัญและความจำเป็น
ต่อการเรียน เพื่อเตรียมรับอาเซียนที่จะเข้ามาในกลางปี 2558 และสามารถออกไปทำงานในประเทศสมาคม
อาเซียนอย่างเสรี โดยที่บุตรหลานของเราต้องจบอาชีพ 1. แพทย์ 2. ทันตแพทย์ 3. นักบัญชี 4. วิศวกร
5. พยาบาล 6. สถาปนิก 7. นักสำรวจ หรือแม้จะไม่จบการศึกษาเหล่านี้บุตรหลานของเราต้อง
มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ สามารถพูดสื่อสารกับชาวต่างชาติรู้เรื่องบ้าง มิฉะนั้นเด็กไทยของเราอาจ
ตกเป็นเหยื่อคนที่มีความรู้ด้านภาษา ด้านอื่น ๆ มากกว่า และเสียรู้ เสียประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ มากมาย
ที่จะตามมาและอีกตัวอย่างที่สำคัญ คือปัญหาที่ เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ณ เวลานี้ต้องทำให้เราทุกคน
ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรมลงในชีวิต
จิตใจบุตรหลานของเราอย่างจริงจังจริงใจ

ท้ายที่สุดนี้ คณะผู้บริหาร คณะครู ต้องขอขอบคุณที่ได้ให้ความไว้วางใจส่งบุตรหลานของท่านให้มาเรียนใน
โรงเรียนของเรา ขอพระเจ้าอวยพรผู้ปกครองทุกท่านให้มีความสุข สุขภาพดีเจริญก้าวหน้าที่การงาน
คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังเทอญ


ซิสเตอร์ชลอรัตน์ สวัสดี
ผู้จัดการโรงเรียนดรุณศึกษา